วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สนุกช้อปปิ้งพัฒนา TRUST เสริมศักยภาพธุรกิจ

ผนึกกำลังเพย์สบาย-ปณท เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อผู้ขาย อวดมาตรฐานชำระเงินระดับสากล มั่นใจช่วยสร้างกระแสใหม่ให้ e-Commerce ไทย...

นายวีรวัฒน์ หงษ์สิทธิวงศ์ ประธานฝ่าย Search & Marketplace บริษัท สนุก ช้อปปิ้ง จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ shopping.co.th กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า 80% ยังมีความไม่มั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ทำให้บริษัทฯ พัฒนาระบบ TRUST ร่วมกับ บริษัท เพย์สบาย จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ Paysbay.com และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้ให้บริการไปรษณีย์และบริการการเงินครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการให้บริการเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ (e-Commerce)

ประธานฝ่าย Search & Marketplace บ.สนุก ช้อปปิ้ง กล่าวต่อว่า ระบบ TRUST ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.ระบบชำระเงิน Paysure ตัวกลางในการรับเงิน 2.ระบบติดตามสถานะการจัดส่งสินค้า หรือ Tracking System 3.ระบบการให้คำติชมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือ Feedbook Score 4.ระบบยืนยันตัวตน หรือ Buyer & Seller Verification 5.การตรวจสอบธุรกรรมผ่าน Buyer Protection Program และ 6.Education Program การจัดสัมมนาและกิจกรรมเวิร์คชอป เพื่อให้ความรู้ด้าน e-Commerce แก่ผู้ซื้อ ผู้ขาย และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

ด้าน นางสาวศรีประภา ยิ้มสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผูจัดการใหญ่ สายงานตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปณท เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีนโยบายพัฒนาตลาด e-Commerce เชื่อว่า ความร่วมมือกับ shopping.co.th จะช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อขายผ่านออนไลน์ ผ่านเครื่องมือ Track & Trace ของ ปณท ทำให้สามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบกับระบบ TRUST by Shopping.co.th ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและมาตรฐานในการซื้อขาย

ส่วน นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินผ่านเว็บไซต์ Paysbay.com กล่าวว่า ระบบ TRUST ถือเป็นความสำเร็จของการออกแบบระบบชำระเงินด้วยมาตรฐานระดับสากล เช่นเดียวกับ eBay คาดว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และผลักดันตลาด e-Commerce ของประเทศไทยให้เติบโต โดยผู้ใช้ระบบ Paysure ถึงช่วงสิ้นปี 2552 สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากปกติที่ผู้ขายต้องรับภาระค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อัดวิชาผ่านเว็บ etv ติวเข้มก่อนเอนทรานซ์


ซิป้าหนุน 5 ล้าน จับมือกระทรวงศึกษาฯ พัฒนาเทคโนโลยีเผยแพร่ภาพรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาผ่านเว็บ etvthai.tv หวังกำแพงการเรียนรู้ ทาบใช้โครงข่าย กสทรองรับการใช้งาน...

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยต้องอาศัย เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะสื่อการเรียนการสอน ทั้งนี้ จะต้องปูพื้นฐานการเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา ล่าสุดศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตารมอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านบาท จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า ระยะเวลา 5 ปี (ปี 2553-2557) โดยการพัฒนาเทคโนโลยีแพร่ภาพรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ www.etvthai.tv
ปลัด ก.ศธ.การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนดังกล่าวเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และเรียนรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนให้มีการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เงินสนับสนุนจากซิป้าที่ได้มา จะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีระบบรองรับการแพร่ภาพ การออกแบบ รวบรวมละปรับปรุงช่องทางการนำเสนอรายการโทรทัศน์ที่มีอยู่เดิมผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงตรงตามวัตถุประสงค์ และสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (ปี2552-2561)
นาวาตรีวุฒิพงษ์ พงศ์สุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการ ซิป้า กล่าวว่า การที่จะให้ระบบการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาการเข้าถึงประเทศไทยจะต้องมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่เข้มแข็ง มีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่นเทคโนโลยียุคที่ 3 หรือ 3จี  ขณะเดียวกัน ซิป้าได้ร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทดสอบระบบอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายของ กสท ที่อาคาร กสท บางรัก สามารถรองรับจำนวนผู้เข้าเว็บพร้อมกันได้ถึง 1 แสนคน จึงต้องอาศัยโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพ
รักษาการ ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า ขณะนี้ การบรรจุการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งจากศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเฉพาะการศึกษา ให้เด็กสามารถเขียนโปรแกรมได้ในระดับชั้นมัธยม และยังสามารถศึกษาต่อและใช้โปรแกรมที่คิดขึ้นเองเพื่อประกอบอาชีพต่อไป
นาวาตรีวุฒิพงษ์ กล่าวด้วยว่า เฟสแรกปี 2553  เว็บไซต์ดังกล่าวจะเน้นเนื้อหาวิชาหลักของชั้นม.ปลาย อาทิ คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ  เพื่อติวเข้มก่อนสอบเอนทรานซ์  ส่วนเฟสที่ 2 ในปี 2554 จะบรรจุเนื้อหา เกม แอนิเมชั่น เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับประชาชนที่ต้องการเรียนรู้ผ่านเว็บดังกล่าวด้วย

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พระราชทาน "ไทยสร้างสรรค์" กระตุ้นคนไทยสร้างสรรค์ธุรกิจขับเคลื่อนประเทศ

ภายใต้การดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และความพยายามกระตุกต่อมคิดคนไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างธุรกิจใหม่และเป็นกุญแจไขความสำเร็จ...  

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัล "ไทยสร้างสรรค์ประจำปี 2553" (Thai Creative Awards 2010) ในสาขางานฝีมือ และหัตถกรรมและสาขางานออกแบบให้แก่ผู้ชนะการประกวดตามที่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร.ได้ขอพระราชทานไว้  

ภายใต้การดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และความพยายามกระตุกต่อมคิดคนไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างธุรกิจใหม่และเป็นกุญแจไขความสำเร็จของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยไปข้างหน้า  

พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการ สบร. เปิดเผยว่า เนื่องจากแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย  ในขณะที่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการนำแนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางเท่าที่ควร  การจัดให้มีการมอบรางวัลไทยสร้างสรรค์ หรือ Thai Creative Awards จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ภาคธุรกิจ บุคลากรด้านวิชาชีพต่างๆและประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของแนวคิดเชิงสร้างสรรค์อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดของรัฐบาลเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและนำไปสู่การพัฒนาที่ ยั่งยืนต่อไปได้  

"สบร.จึงอยากเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมส่งผลงานธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเข้ารับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ซึ่งกำหนดไว้ 2 สาขาอุตสาหกรรม ได้แก่ สาขางานฝีมือและหัตถกรรม จำนวน 3 รางวัล และสาขางานออกแบบอีกจำนวน 3 รางวัล"  

ทั้งนี้ สบร.คาดหวังว่า รางวัลไทยสร้างสรรค์ ดังกล่าว จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ ประกอบการธุรกิจในทุกระดับเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความอุตสาหะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ ต่อคนในสังคมได้ ขณะเดียวกันก็ประสงค์ที่จะขยายแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปยังภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืนด้วย  

สำหรับรางวัลในประเภทสาขางานฝีมือและหัตถกรรมดังกล่าว มีขอบเขตครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ เครื่องประดับ สิ่งทอ เครื่องหนัง เซรามิกและอื่นๆ ซึ่งจะจำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คน และมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิไม่เกิน 50 ล้านบาทเท่านั้น  

ส่วนรางวัลประเภท 2 ในสาขาของงานออกแบบ กำหนดขอบเขตงานออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แอนิเมชั่น ตลอดจนถึงเกม   ซึ่งปัจจุบันเกมที่ผลิตออกมาขายกันในท้องตลาดนั้น   ส่วนใหญ่หรือเกือบจะทั้งหมดที่ครองตลาดอยู่   เป็นเกมที่มาจากเกาหลีและการสนับสนุนของรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่ให้ทุนแก่ประชาชนและภาคธุรกิจเอกชนในประเทศคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นเพื่อส่งออกไปทั่วโลก สำหรับรางวัลนี้ ไม่มีการจำกัดขนาดของธุรกิจ  

นอกจากถ้วยรางวัลพระราชทาน "ไทยสร้างสรรค์" ของสมเด็จพระเทพฯ แล้ว ยังมีใบประกาศนียบัตรและเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาทมอบให้แก่ผู้ชนะการประกวดด้วย โดยการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว สบร.ได้แต่งตั้งนายต่อ สันติศิริ ครีเอทีฟรุ่นใหญ่ และนักบุกเบิกงานคิดโฆษณารุ่นใหญ่ของประเทศไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลออกแบบด้วย และมีนางสุพัตรา เภกะนันทน์ อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินงานฝีมือและหัตถกรรม ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาสำหรับให้ส่งผลงาน 2 เดือน นับจากวันแถลงข่าว ซึ่งหากต้องเลื่อนออกไปจากวันที่ 7 เม.ย.นี้ กำหนดส่งผลงานที่วางไว้เดิมในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ก็อาจต้องเลื่อนออกไปเป็นกลางเดือน มิ.ย.  

"เราเปิดโอกาสให้ผู้สนใจนำผลิตภัณฑ์ที่ได้คิดออกแบบ หรือใช้ฝีมือทำมาแล้วและขายได้เอามาร่วมแข่งขันกันในเวทีนี้ได้ อย่างสินค้าภายใต้แบรนด์ PASAYA ที่เจ้าของและผู้ออกแบบต้องการให้ผู้คนเรียกว่าชื่อยี่ห้อของตนว่า แพศยา ซึ่งใช้งานคิดครีเอทีฟ ศิลปะสร้างสรรค์และหัวใจเข้ามาสร้างสินค้าให้มี คุณภาพพิเศษและมีลักษณะโดดเด่น ก็สามารถส่งเข้าประกวดได้ ขณะเดียวกัน สบร.ยังเปิดโอกาสให้แก่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กอย่างเอสเอ็มอีเข้าประกวดรางวัลสาขางานฝีมือและหัตถกรรมได้ด้วย เพื่อ กระตุกต่อมคิดให้แก่คนในท้องถิ่นทั่วประเทศด้วย"  

พล.ร.อ.ฐนิธกล่าวด้วยว่า  หน้าที่ของ  สบร. ที่วางไว้ มีอยู่ 4 เรื่องด้วยกันคือ 1. กระตุกต่อมคิดจากการเปิดอบรมผู้บริหารด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้เป็นกระบอกเสียงในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2. จัดทำเว็บไซต์เครือข่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3. จัดงานประกวด ผลงานเชิงสร้างสรรค์ และ 4. ครีเอทีฟ โมบาย หน่วยเคลื่อนที่ที่จะออกไปกระตุกต่อมคิดในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศนั่นเอง

"จอน" เปิดเว็บไอลอว์ ชวนปชช. เขียนกฎหมายของประชาชน

จอน อึ๊งภากรณ์ เปิดเว็บไซต์ไอลอว์ (iLaw) http://ilaw.or.th เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมเสนอและแก้ไขกฎหมาย และผลักดันด้วยการล่าชื่อให้ครบหมื่นเพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา ตามมาตรา 142 และ 193 ของรัฐธรรมนูญ 2550...

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า เว็บไซต์ไอลอว์ (iLaw) สนใจอยากเห็นและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนทั่วไปในการเสนอกฎหมาย ซึ่งมากกว่าเพียงแค่ร่วมลงนาม แต่มีส่วนตั้งแต่การออกแบบเนื้อหา

"มักมีคนถามว่า แล้วเว็บไซต์ไอลอว์จะแก้กฎหมายอะไร คำตอบ คือ ไอลอว์จะเปิดพื้นที่ให้คนที่อยากเสนอกฎหมาย หรือมองเห็นปัญหาแล้วอยากแก้ไขในกฎหมาย มีโอกาสผลักดันข้อเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยชุมชนช่วยกันบอกข้อเสนอที่อยากแก้ จากนั้นจะมีทีมงานนักกฎหมายช่วยปรับให้มันเป็นร่างกฎหมาย" ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าว

นายจอน กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ที่เคยทำงานเป็นสมาชิกวุฒิสภา อยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ งานหนึ่งที่เป็นหน้าที่หลัก คือ การแปรญัตติกฎหมาย แม้พบว่ามีอุปสรรคมากมาย และต้องเจอกระบวนการที่ซับซ้อน แต่ก็เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่ประชาชนทั่วไปก็สามารถทำได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเรียนนิติศาสตร์มาโดยตรง เพราะแม้แต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เอง ก็มีความหลากหลาย และไม่ใช่ทุกคนที่เป็นนักกฎหมาย

ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวอีกว่า ทั่วไปกว่ากฎหมายจะออกมาได้แต่ละฉบับ ต้องเจอขั้นตอนซับซ้อน แม้ปัจจุบันกฎหมายจะเอื้อให้ประชาชนครบหมื่นชื่อเสนอกฎหมายได้ แต่การจะสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมจริงๆ มันต้องมีช่องทางและโอกาสที่เอื้อให้ประชาชนเข้าถึงการแก้ไขกฎหมายได้จริง ซึ่งขั้นนี้น่าจะเป็นช่องทางสำคัญก่อนจะนำไปสู่การล่าชื่อให้ครบหมื่นชื่อ

นายจอน กล่าวถึงการมีส่วนร่วมด้านกฎหมายของประชาชนว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนสอดรับกับกระแสโลกออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้นอย่า่งต่อเนื่อง และอินเทอร์เน็ตเป็นแบบจำลองของระบอบประชาธิปไตย ที่ค่อนข้างท้าทายระบอบประชาธิปไตยในการเมืองทั่วโลก ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนในทุกคนมาสร้างสรรค์กฎหมาย แม้ว่ากฎหมายจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม แต่สิ่งสำคัญ คือ กฎหมายจะช่วยสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ประชาชน ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดี

ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวถึงเว็บไซต์ไอลอว์ http://ilaw.or.th ว่า เว็บไซต์นี้ดำเนินงานของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ภายใต้มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยจะสนับสนุนการเสนอกฎหมายที่ไม่ขัดกับจุดยืนเรื่องความเป็นธรรม และเท่าเทียมกันในสังคม ไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ และเคารพในระบอบประชาธิปไตย

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ ในเว็บไซต์ไอลอว์มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ การเปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนว่า มีความสนใจอยากแก้ไขกฎหมายใดบ้าง โดยสามารถระดมข้อเสนอได้กว่าร้อยประการ นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่อยู่ระหว่างการเปิดประเด็นระดมความเห็นเพื่อแก้ไขกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วย

กิจกรรมนอกตำรา 21/02/53

ชีวิตของฉัน...สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการผลงานศิลปะของเด็กและเยาวชน ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลดีเด่น จากการประกวดภาพโครงการมหกรรมศิลปะแห่งเอเชีย ครั้งที่ 9 ประเทศญี่ปุ่น หัวข้อ สมุดภาพบันทึกประจำวัน นี่คือชีวิตของฉัน ที่บริเวณผนังโค้ง ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 7 มี.ค.นี้ ภายในงานมีกิจกรรมให้เด็กๆ ร่วมวาด ภาพระบายสีด้วย สอบถามโทร. 0-2422-8829

รู้เรื่องเว็บไซต์...การไฟฟ้านครหลวง ชวนน้องๆสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ www.youngmea.com เข้าร่วมกิจกรรม Young MEA Web Design เพื่อรับการอบรมความรู้เรื่องการออกแบบเว็บไซต์ฟรี วันที่ 13 มี.ค.ถึงวันที่ 4 เม.ย.นี้ สมัคร ได้ถึงวันที่ 26 ก.พ.นี้ สอบถาม โทร.0-2256-3218

เรียนจีนด้วยตนเอง...สำนักพิมพ์ วรรณวุฒิ แจกหนังสือเรียนภาษาจีนด้วยตนเองให้กับโรงเรียนต่างๆ หรือมอบให้ ห้องสมุดเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามอัธยาศัย โรงเรียนที่สนใจติดต่อทางอีเมล์ wan-wut@hotmail.com

ฝึกฟุดฟิดฟอไฟ...สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษและภาวะผู้นำภาคฤดูร้อน 2010 สำหรับเยาวชนรุ่น 6-9 ปี, 10-13 ปี, 14-16 ปี น้องๆที่สนใจ สมัครถึงวันที่  19 มี.ค.นี้  สอบถามโทร. 0-5394-3751-3