วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พระราชทาน "ไทยสร้างสรรค์" กระตุ้นคนไทยสร้างสรรค์ธุรกิจขับเคลื่อนประเทศ

ภายใต้การดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และความพยายามกระตุกต่อมคิดคนไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างธุรกิจใหม่และเป็นกุญแจไขความสำเร็จ...  

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัล "ไทยสร้างสรรค์ประจำปี 2553" (Thai Creative Awards 2010) ในสาขางานฝีมือ และหัตถกรรมและสาขางานออกแบบให้แก่ผู้ชนะการประกวดตามที่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร.ได้ขอพระราชทานไว้  

ภายใต้การดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และความพยายามกระตุกต่อมคิดคนไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างธุรกิจใหม่และเป็นกุญแจไขความสำเร็จของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยไปข้างหน้า  

พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการ สบร. เปิดเผยว่า เนื่องจากแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย  ในขณะที่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการนำแนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางเท่าที่ควร  การจัดให้มีการมอบรางวัลไทยสร้างสรรค์ หรือ Thai Creative Awards จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ภาคธุรกิจ บุคลากรด้านวิชาชีพต่างๆและประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของแนวคิดเชิงสร้างสรรค์อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดของรัฐบาลเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและนำไปสู่การพัฒนาที่ ยั่งยืนต่อไปได้  

"สบร.จึงอยากเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมส่งผลงานธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเข้ารับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ซึ่งกำหนดไว้ 2 สาขาอุตสาหกรรม ได้แก่ สาขางานฝีมือและหัตถกรรม จำนวน 3 รางวัล และสาขางานออกแบบอีกจำนวน 3 รางวัล"  

ทั้งนี้ สบร.คาดหวังว่า รางวัลไทยสร้างสรรค์ ดังกล่าว จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ ประกอบการธุรกิจในทุกระดับเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความอุตสาหะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ ต่อคนในสังคมได้ ขณะเดียวกันก็ประสงค์ที่จะขยายแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปยังภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืนด้วย  

สำหรับรางวัลในประเภทสาขางานฝีมือและหัตถกรรมดังกล่าว มีขอบเขตครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ เครื่องประดับ สิ่งทอ เครื่องหนัง เซรามิกและอื่นๆ ซึ่งจะจำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คน และมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิไม่เกิน 50 ล้านบาทเท่านั้น  

ส่วนรางวัลประเภท 2 ในสาขาของงานออกแบบ กำหนดขอบเขตงานออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แอนิเมชั่น ตลอดจนถึงเกม   ซึ่งปัจจุบันเกมที่ผลิตออกมาขายกันในท้องตลาดนั้น   ส่วนใหญ่หรือเกือบจะทั้งหมดที่ครองตลาดอยู่   เป็นเกมที่มาจากเกาหลีและการสนับสนุนของรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่ให้ทุนแก่ประชาชนและภาคธุรกิจเอกชนในประเทศคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นเพื่อส่งออกไปทั่วโลก สำหรับรางวัลนี้ ไม่มีการจำกัดขนาดของธุรกิจ  

นอกจากถ้วยรางวัลพระราชทาน "ไทยสร้างสรรค์" ของสมเด็จพระเทพฯ แล้ว ยังมีใบประกาศนียบัตรและเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาทมอบให้แก่ผู้ชนะการประกวดด้วย โดยการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว สบร.ได้แต่งตั้งนายต่อ สันติศิริ ครีเอทีฟรุ่นใหญ่ และนักบุกเบิกงานคิดโฆษณารุ่นใหญ่ของประเทศไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลออกแบบด้วย และมีนางสุพัตรา เภกะนันทน์ อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินงานฝีมือและหัตถกรรม ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาสำหรับให้ส่งผลงาน 2 เดือน นับจากวันแถลงข่าว ซึ่งหากต้องเลื่อนออกไปจากวันที่ 7 เม.ย.นี้ กำหนดส่งผลงานที่วางไว้เดิมในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ก็อาจต้องเลื่อนออกไปเป็นกลางเดือน มิ.ย.  

"เราเปิดโอกาสให้ผู้สนใจนำผลิตภัณฑ์ที่ได้คิดออกแบบ หรือใช้ฝีมือทำมาแล้วและขายได้เอามาร่วมแข่งขันกันในเวทีนี้ได้ อย่างสินค้าภายใต้แบรนด์ PASAYA ที่เจ้าของและผู้ออกแบบต้องการให้ผู้คนเรียกว่าชื่อยี่ห้อของตนว่า แพศยา ซึ่งใช้งานคิดครีเอทีฟ ศิลปะสร้างสรรค์และหัวใจเข้ามาสร้างสินค้าให้มี คุณภาพพิเศษและมีลักษณะโดดเด่น ก็สามารถส่งเข้าประกวดได้ ขณะเดียวกัน สบร.ยังเปิดโอกาสให้แก่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กอย่างเอสเอ็มอีเข้าประกวดรางวัลสาขางานฝีมือและหัตถกรรมได้ด้วย เพื่อ กระตุกต่อมคิดให้แก่คนในท้องถิ่นทั่วประเทศด้วย"  

พล.ร.อ.ฐนิธกล่าวด้วยว่า  หน้าที่ของ  สบร. ที่วางไว้ มีอยู่ 4 เรื่องด้วยกันคือ 1. กระตุกต่อมคิดจากการเปิดอบรมผู้บริหารด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้เป็นกระบอกเสียงในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2. จัดทำเว็บไซต์เครือข่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3. จัดงานประกวด ผลงานเชิงสร้างสรรค์ และ 4. ครีเอทีฟ โมบาย หน่วยเคลื่อนที่ที่จะออกไปกระตุกต่อมคิดในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น